


1.ประเพณีเทศกาลชุมชน
ได้แก่
ประเพณีสงกรานต์
ประเพณีสงกรานต์ ของชาวรามัญบ้านบางกระดี่ที่ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่สมัย
โบราณ มาจนกระทั่งทุกวันนี้ เริ่มตั้งแต่ 13-18 เมษายน ของทุกปี รวมเป็นเวลา
5 วัน โดย
ชาวบ้าน จะทำความสะอาดจัดเก็บบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้มีระเบียบเรียบร้อยสวยงาม
ทำการ
กวนขนม กะละแมซึ่งถือว่าเป็นขนมประเพณีสงกรานต์ที่สำคัญ เป็นขนมที่ใช้ทำบุญและใช้
สำหรับต้อนรับ แขกที่มาเยี่ยมเยือน สิ่งที่สำคัญประการต่อไป คือ การเตรียมทำข้าวแช่
ซึ่งมี
อยู่ 7 อย่าง และ นอกจากนั้น ต้องเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภคอื่นๆ ที่ต้องใช้ในการทำบุญและ
ประกอบกิจกรรม ต่างๆ ตอนเย็นของวันที่ 12,13 และ 14 เมษายน ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว
คือพ่อบ้านจะมีการ เตรียมปลูกศาลเพียงตา มีเสา 4 ต้น ปูพื้นสูงระดับสายตา (สูงเพียงตา)
ล้อมฝาสามด้านด้วย ผ้าขาว สะอาด ไม่มีหลังคา ฝ่ายแม่บ้านจะเตรียมทำกับข้าวแช่ไว้ให้เสร็จ
ก่อนหกโมงเช้า และ ในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 13,14 และ 15 เมษายน แต่ละครอบครัวจะนำ
ข้าวแช่พร้อมกับข้าวใส่ สำรับ นำไปวางเซ่นถวายบวงสรวงพระอินทร์ พระพรหม
เทวดา
อารักษ์ต่างๆ ณ ศาลเพียงตา 1 สำรับ พร้อมกับจุดเทียน กล่าวคำอัญเชิญบวงสรวง นำไปถวาย
พระภิกษุสามเณร 1สำรับ และ นำไปให้ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพไม่จำกัดจำนวนสำรับ ตามแต่
สมควร ส่วนที่เหลือไว้รับประทาน ในครอบครัว และสำหรับต้อนรับเชื้อเชิญแขกมิตรสหาย
มาร่วมรับประทาน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ กระทำเพื่อเป็นสิริมงคล ความสุขความเจริญของ
ครอบครัว และวงศ์ตระกูล ตลอดจนเป็น การแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณอีกด้วย
หลังจากนั้น แต่ละบ้านก็จัดเตรียมสำรับกับข้าวและขนมกะละแม
ผัดแป้งแต่งตัวตาม
ประเพณีนิยมไปทำบุญตักบาตร พร้อมกันที่วัดเวลา 8.00 น. ซึ่ง มีการประกอบกิจกรรม
ประเพณี สงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 15-18 เมษายน เวลา 8.00 น.ทุกวัน
ตอนบ่ายบรรดาเด็ก
หนุ่มสาว หรือ ผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่าจะนำน้ำกับนำไปรดน้ำดำหัวและให้น้ำอบญาติผู้ใหญ่
เพื่อ
เป็นการขอพร และการให้พรซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นก็พากันไปรดน้ำ
พรมน้ำอบ ปักธงสี
ประดับ จุดธูปเทียน บูชากราบไหว้อัฐิของบุพการีซึ่งล่วงลับไปแล้วที่บริเวณโกศซึ่งตั้งอยู่ใน
บริเวณวัด เวลาประมาณ 16.30น. เป็นต้นไป เป็นเวลาสรงน้ำพระภิกษุ
สามเณร
วันที่ 18 เมษายน เป็นวันสุดท้ายของการสรงน้ำพระภิกษุ
สามเณร หลังจากสรงน้ำ
พระเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีพิธีเชิญทรงวิญญาณเจ้าพ่อบางกระดี่บริเวณสนามหน้าวัดบางกระดี่
ในพิธีมี เครื่องเซ่นบูชา ถวายวิญญาณเจ้าพ่อบางกระดี่เจ้าร่างทรงแล้ว ก็ทำพิธีเสกเป่าคาถา
อาคมเครื่องเซ่นทั้งหมดแล้วก็จะนำมารับประทาน พร้อมทั้งจะมีการเล่นทะแยมอญ พร้อมกับ
นำกล้วยน้ำว้าสุกแจกจ่ายให้แก่ลูกหลานที่มาห้อมล้อมชมอยู่บริเวณนั้นได้นำมาเซ่นและก็จะได้
รับประทาน ซึ่งจุดประสงค์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการเชิญวิญญาณเจ้าพ่อบางกระดี่เข้าทรง
คือ ต้องการฟังคำทำนาย พยากรณ์สภาวะความเป็นอยู่ของลูกหลานชาวบางกระดี่ในรอบปีจะ
มีโชคชะตาดีหรือร้ายอย่างไร จะอยู่เย็นเป็นสุขหรือไม่จะเกิดเหตุเภทภัยกับลูกหลานหรือไม่
และขอให้วิญญาณเจ้าพ่อบางกระดี่ได้ขจัดปัดเป่าภยันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่ชาวบางกระดี่ให้
หมดไป
ในช่วงระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน
เวลากลางคืน มีการละเล่นสนุกสนานรื่นเริงตาม
ประเพณี เช่น การแสดงของวงทะแยมอญ การเล่นสะบ้ารำ อาจจะเล่นที่บริเวณวัด หรือตาม
หมู่บ้านก็ได้ แล้วแต่กรณี นอกจากการ ละเล่นดังกล่าวมาแล้วยังมีการเล่นตามประเพณีอีกอย่าง
หนึ่ง ซึ่งนิยมเล่นในหมู่ผู้ชาย คือ การละเล่นสะบ้าทอย มีลักษณะการเล่นแบบแข่งขันความ
สามารถแม่นยำในการทอยสะบ้า มีลักษณะคล้ายการเล่นโบว์ลิ่ง การเล่นสะบ้าทอยนี้
เล่นได้
ทั้งกลางวันและกลางคืน ตั้งแต่ช่วงวันที่ 12- 18 เมษายน ประเพณีสงกรานต์ของชาวรามัญ
บางกระดี่ได้มีมาช้านานแล้ว ชาวบางกระดี่ได้ปฏิบัติ ต่อเนื่องกันมาโดยตลอดทุกปี
แต่การ
ปฏิบัติที่ผ่านมานั้น เป็นไปตามประเพณีดั้งเดิม เคยทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น
ประเพณีสรงน้ำพระ
ในเทศกาลสงกรานต์ นอกจากการทำบุญข้าวแช่
แห่สงกรานต์ ปล่อยนกปล่อยปลาแล้ว
คนมอญยังมีประเพณีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายอย่างพิธีสรงน้ำพระ เป็นพิธีส่วนหนึ่งที่
เกี่ยว
เนื่องกับเทศกาลสงกรานต์ หลังจากทำบุญวันสงกรานต์แล้ว
พิธีสรงน้ำพระจะถูกกำหนดขึ้นในโอกาสต่อมา
ซึ่งชาวมอญบางกระดี่ได้กำหนดวันที่
16,17 และ 18 เมษายน ของทุกๆปี ซึ่งพิธีจะแตกต่างจากคนไทยมาก คือ คนมอญทุกแห่ง
จะต้องจัดเตรียมสถานที่สรงน้ำพระที่มีลักษณะรูปแบบเหมือนกันหมด มีรางน้ำยาว ประมาณ
6 วา ยื่นจากห้องน้ำและมีการตกแต่งอย่างสวยงาม เป็นรางน้ำ สำหรับให้ ชาวบ้านเทน้ำลง
ในรางไหลเข้าสู่ห้องน้ำ บางวัดจะมีถังไม้ขนาดใหญ่เพื่อรองรับน้ำไว้ และมีท่อจากถึงปล่อยน้ำ
ให้ไหลออก เพื่อให้พระได้สรงน้ำภายในห้องน้ำได้สะดวกขึ้น การที่คนมอญต้องทำห้องน้ำ
และรางน้ำสำหรับการสรงน้ำพระ เนื่องจากเหตุผลดังนี้
1. เพื่อให้พระภิกษุสามเณรที่สรงน้ำนั้นดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะการสรงน้ำพระ
พระ
ท่านต้องผลัดเปลี่ยนสบง รวมทั้งการครองจีวรหลังสรงน้ำก็ทำได้อย่างเรียบร้อยเช่นกัน
ไม่เป็นการผิดวินัยแต่อย่างใด
2. เพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้สรงอย่างสะดวกในห้องน้ำ
3.เพื่อให้ชาวบ้านโดยเฉพาะสตรีได้สรงน้ำเฉพาะในสถานที่ที่ได้จัดไว้ให้ เนื่องจากพระสงฆ์
มอญเคร่งครัดมาก
พิธีเริ่มจากการอัญเชิญพระพุทธรูปและทำพิธีบูชาพระรัตนตรัย
จากนั้น ให้ชาวบ้าน
ได้สรงน้ำพระพุทธรูปเป็นอันดับแรกและตามด้วยพระสงฒ์การสรงน้ำ ชาวบ้านที่เป็นชาย
และหญิงจะแยกกันเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่เป็นหญิงจะถือขันน้ำรออยู่ใกล้ๆ รางน้ำ
กลุ่มที่เป็น
ชายจะมีขันน้ำ น้ำอบและน้ำหอมผู้ชายจะไปนั่งรออยู่ที่ตรงทางเดินจาก ห้องสรงน้ำเป็นแนว
ตลอดสองฟากของการเดินจนหถึงศาลาการเปรียญ
วิธีสรงน้ำพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์สามเณรนั้นจะมีคนให้สัญญาณด้วยการตบที่ฝา
ห้องน้ำ เมื่อได้ยินสมญาดังกล่าว ผู้ที่เป็นสตรีจะเทน้ำลงในรางน้ำจะไหลไปตามทางจนถึงที่
พระ พุทธรูปหรือพระสงฆ์ เมื่อพระเสร็จพิธีการในห้องสรงน้ำแล้ว พระสงฆ์เดินขึ้นไปบน
ศาลาการเปรียญ ไปตามทางเดินที่มีชาวบ้านที่เป็นชายนั่งรออยู่สองข้าง
เมื่ออัญเชิญพระ
พุทธรูป หรือพระสงฆ์สามเณรเดินตามทางดังกล่าว ชาวบ้านที่เป็นชายเหล่านั้นจะนำน้ำใน
ขันเทรดที่เท้าพระ พร้อมกับพรมน้ำอบ น้ำหอมที่ฝ่ามือและที่เท้าพระ ถ้าเป็นพระ
พุทธรูป ก็จะประพรมน้ำหอมที่พระพุทธรูปนั้นก่อนแล้วตามด้วยพระสงฆ์สามเณรตามลำดับ
ข้อสังเกตที่เกี่ยวกับประเพณีการสรงน้ำพระของมอญ
นอกจากจะมีรูปแบบของพิธีที่
ได้กล่าวมาข้างต้นนี้แล้ว ในการสรงน้ำพระนี้ คนมอญ ยังมีข้อห้ามมิให้สาดน้ำกันในวัด
การ
ที่ห้ามมิให้สาดน้ำกันในวัดนั้น เกี่ยวกับความเคารพเทิดทูนพระพุทธศาสนา และป้องกันบาป
มิให้เกิดขึ้นแก่ผู้ที่กระทำไม่ถูกต้อง
ประเพณีการหุงข้าวแช่
(เปิงสงกรานต์)
ข้าวแช่ หรือที่คนมอญเรียกว่า
เปิงสงกรานต์ เป็นอาหารที่คนมอญถือกันว่าเป็นอาหาร
ศักดิ์สิทธิ์ หรืออาหารทิพย์อย่างหนึ่งที่ใช้บูชาเทพยดาในเทศกาลสงกรานต์โดยคนมอญ
จะ
หุงข้าวแช่นี้ ในวันที่เป็นสงกรานต์รวาม 3 วัน และถือตามแบบโบราณ คือ การตำข้าว
7 ครั้ง
ฝัดข้าว 7 หน ขัดข้าวให้สะอาด 7 ครั้ง มีอาหารเก่าแก่ของมอญอยู่อย่างหนึ่ง เรียกว่า
"อาจ๊าดวุ่น"
ทำจากผักบุ้งต้ม นำไปแกะเป็นฝอย จากนั้นนำไปผัดในน้ำกะทิผสมเครื่องแกงแบบแกงเผ็ด
มีปลาป่นผัดผสมอยู่ด้วย ปรุงรสไม่เค็มมาก มีรสหวามตาม จะทำเฉพาะสำหรับข้าวแช่ใน
เทศกาลสงกรานต์เท่านั้น ส่วนอาหารหวานมีถั่วดำต้มกะทิ โดยต้มให้ข้นๆ และมีกะละแม
และผลไม้เป็นส่วนเสริม
ประเพณีออกพรรษาและประเพณีตักบาตรดอกไม้
เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา
เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัติ อันเป็นการบูชาต่อองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมมาพุทธเจ้าซึ่งจะจักขึ้นที่วัดซึ่งเป็นหลักของ
ชุมชนนั้น สำหรับบ้านบางกระดี่จะจัดพิธีตักบาตรดอกไม้ที่วัดบางกระดี่
การตักบาตรดอกไม้จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน
11 หลังจากถวายอาหารบิณฑบาตแก่
พระสงฆ์ในเวลาเพลแล้ว พระสงฆ์ทั้งหมดจะไปร่วมทำพิธีปวารณาออกพรรษาในพระอุโบสถ
ชาวบ้านจะมานั่งสองข้างทาง จัดเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไว้พร้อม ครั้นถึงเวลาที่พระสงฆ์ลง
โบสถ์เพื่อทำพิธีจะอัญเชินพระพุทธรูปนำขบวนพระสงฒ์ ซึ่งคนมอญมีความเชื่อสืบเนื่องจาก
พุทธประวัติ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนเทวโลกนั้นพระองค์
ได้เสด็จ
ประทับอยู่เพื่อโปรดพระมารดาตลอดพรรษานั้น บรรดาอาณาประชาราษฎร์ ทั้งหลายต่างคิด
คำนึงถึงพระบรมศาสดาและรอคอยการเสด็จกลับของพระพุทธองค์ตลอดเวลา เมื่อถึงวันที่จะ
เสด็จกลับ ชาวเมืองก็ดีอกดีใจ เตรียมการต้อนรับอย่างมโหฬาร พร้อมทั้ง จัดเตรียมบุปผามาลัย
เครื่องสักการะต่างๆ เป็นการสักการะ
คนมอญนำเอาพุทธประวัติในส่วนนี้มาจัดเป็นพิธีตักบาตรดอกไม้
และถือปฏิบัติเป็น
ประเพณีที่สำคัญตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้