2.
ประเพณีเกี่ยวกับชีวิต
พิธีเกี่ยวกับการเกิด
จะเริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์ ถ้าบ้านไหนมีคนตั้งครรภ์
เขาจะห้ามพวกพี่น้องที่สนิททำพิธีมงคล
คือในระหว่างนี้จะสมรส หรือบวชนาค อะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เนื่องจากในสมัยโบราณการคลอด
บุตรเป็นเรื่องใหญ่มากมีอันตรายหลายอย่าง หากการคลอดบุตรนั้นพลาดพลั้งถึงเสียชีวิตก็
จะทำให้พิธีมงคลนั้น ต้องพลอยเศร้าหมองไปด้วย และยังมีความเชื่อที่ประกอบระหว่างตั้ง
ครรภ์อีกหลายอย่าง เช่น ขณะตั้งครรภ์ห้ามนั่งกลางระเบียงบ้าน ห้ามนั่งพิงเสาบ้าน
โดย
เฉพาะเสาเอกหรือ เสาผี ห้ามนั่งห้อยเท้าหัวบันไดบ้าน ห้ามเดินทางข้ามน้ำข้ามคลอง
ถ้า
จำเป็นต้องไป ต้องเอา เข็มปักผมไปด้วยหนึ่งเล่ม ไม่ให้อาบน้ำกลางคืน เหล่านี้ห้ามกระทำ
เพราะกลัวผีจะกระทำเอา ขณะครรภ์เจริญวัยต้องทำพิธีเสียกระบาลเป็นรายเดือนไปจน
กว่าจะครบทศมาส กิจกรรมและพิธีกรรมในระหว่างคลอดก็คลายคลึงกับของไทย
ที่ต่าง
กันบ้างคือการอยู่ไฟ ในการก่อเตาไฟ สำหรับการอยู่ไฟนั้น ฝ่ายสามีต้องเป็นผู้ไปขุดดิน
นอกบ้านมาทำก้นเตา ถ้าเป็นลูกชายให้ขุดมา 9 ก้อน ถ้าเป็นลูกผู้หญิงให้ขุดมา 7
ก้อน
สายสะดืออาจจะฝังที่เตาหรือนอกบ้านก็ได้ แต่ต้องฝัง ให้ถูกทิศ ถ้าเด็กเกิดเดือน
4, 5 หรือ
6 ต้องฝังทิศเหนือ ถ้าเกิดเดือน 7, 8 หรือ 9 ต้องฝังทิศ ตะวันตก ถ้าเกิดเดือน
10, 11 หรือ
12 ต้องฝังทิศใต้ ถ้าเกิดเดือนอ้าย เดือนยี่ หรือเดือน 3 ต้องฝังทิศตะวันออก
เพื่อเกิดมาแล้ว
จะได้มั่งคั่งด้วยโภคทรัพย์ทั่วไป และเหตุที่ชาวมอญ ชอบฝังรกไว้ใต้บันได คือ
เขาไม่ต้อง
การให้ลูกไปห่างบ้านนั่นเอง เมื่อโตขึ้นจะได้อยู่ใกล้พ่อใกล้แม่
พิธีบวชนาค
ธรรมเนียมของผู้จะบวชก็คล้ายกับไทย
แต่ที่อ้างกันคือธรรมเนียมชาวมอญไม่นิยม
ให้ผู้ที่จะบวชไปท่องบทขานนาคในบ้าน การบวชต้องมีการบอกผีบอกเจ้าให้รู้ด้วย
และ
ธรรมเนียมของมอญไม่นิยมทำขวัญนาค การบวชเมื่อเสร็จแล้วในวันรุ่งขึ้นมีการทำ
ขวัญพระ ซึ่งในการทำขวัญพระหรือฉลองพระต้องมีการเชิญผีด้วย
สิ่งสำคัญก็คือ
ต้องนำเอาแหวนผีประจำตระกูลมาเข้าพิธีด้วย
พิธีแต่งงาน
มีหลักการคล้ายคลึงกับไทยอย่างเช่นเริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกัน การสู่ขอ
การแต่งงาน การกั้นเชือก ซึ่งเน้นหนักทางโวหาร และภาษา
ข้อที่แปลกสำหรับชาว
มอญก็คือในพิธีแต่งงาน พระจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย เพราะเกรงว่าเจ้าบ่าวเกิด
เลื่อมใสในสีผ้าเหลือง และไปบวช เจ้าสาวก็จะเป็นหม้าย แต่อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่
ถือกันเฉพาะในพิธีเท่านั้น เมื่อแต่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถือเป็นธรรมเนียมว่าจะต้อง
นำสิ่งของข้าวปลาอาหารไปถวายที่วัด ต่อจากนั้นก็ไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ ตลอดจนไหว้ผีปู่
ย่า ตา ยาย เป็นประเพณีเกี่ยวกับการแต่งงานของชาวมอญ
ประเพณีการทำศพ
มีทั้งพิธีการ
และข้อห้ามที่ไม่ควรกระทำเกี่ยวกับศพมากมายหลายประการ โดย
มอญ แบ่งลักษณะการตายเป็น 2 อย่าง คือ ตายดี กับ ตายไม่ดี เหตุของการตายดี
ได้แก่
โรคชรา หรือป่วยมานาน ส่วนเหตุของการตายไม่ดีได้แก่โรคปัจจุบัน อหิวาตกโรค
ถูก
ฟ้าผ่า แขวนคอตาย รวมทั้งศพเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ขวบ ไม่ว่าจะตายด้วยเหตุใด
ศพ
เหล่านี้ไม่ควรเผา มีแต่การฝังอย่างเดียว และต้องเอาออกจากบ้านอย่างรีบด่วน ไม่มีการ
ทำบุญเลี้ยงพระที่บ้าน การให้ทานด้วยอาหารดิบ เช่น ข้าวสาร เกลือ พริก น้ำส้ม
อาจให้
ได้ ถ้าอยากทำบุญต้องทำหลังจากตายเกิน 7 วัน หรือในเดือนปีที่ถัดจากนั้นไป การเอาศพ
ไปสุสานต้องหามไปด้วยแคร่ไม้ไผ่ การตายบางลักษณะมีพิธีกรรมที่แปลก เช่น การถูกฟ้า
ผ่าหรือผูกคอตาย ให้เอาศพนอนในรางหมู แล้วอาบน้ำศพที่นอนในรางหมู ฝังศพตรง
ตำแหน่งที่ตายโดยขุดหลุมลึกเท่าความสูงของศพ แล้วฝังในท่ายืนให้ศพหันหน้าไปทาง
ทิศอีสาน ฝังให้หน้าผากพ้นผิวดินขึ้นมา 4 นิ้ว สยายผมศพออกเอาคราด ลากไปบนเส้น
ผมนั้น 7 เที่ยว ขญะคราด ให้กล่าวคำอธิษฐานว่า ขอให้ฝนตกดี ขอให้น้ำเต็มคลอง
บาง
แห่งฝังแล้วเอากะทะคลุมหัวศพไว้ด้วย
การทำศพที่ตายดีหรือตายด้วยเหตุธรรมดานั้น เก็บศพไว้ที่บ้านได้
และนิยมเอาศพ
วางบนเตียงไม้ไผ่ชนิดหนึ่งที่ทำขึ้นเฉพาะศพนั้นๆ เตียงนี้ทีเสา 6 ต้น ตัวเตียงสูง
8 ศอก
ยาว 4 ศอก หรือ 4 นิ้ว กว้าง 1 ศอก กับ 4 นิ้ว โดยทำซ้อนกัน 4 ชั้น ที่หัวเตียง
และท้าย
เตียงแขวนกระทงดอกไม้ ด้านละ 2 กระทง แต่ละกระทงใส่ดอกไม้ 3 ดอก จากเพดานผูก
เชือกห้อยลงมา ให้ตรงกับสะดือของศพ ที่ปลายเชือกผูกแหวนไว้ 1 วง และกรรไกรหนีบ
หมาก 1 อัน แหวนนี้หมายถึงจักขุญาณสำหรับผู้ตายจะได้ใช้เพื่อความกระจ่างแจ้งต่อภพ
หน้า ส่วนกรรไกรนั้นเพื่อจะได้ใช้ประหัตประหารกิเลสทั้งปวง ในขณะเดียวกันมีไว้เพื่อ
สังเกตว่าศพเน่าหรือยัง ถ้าเน่าท้องศพก็จะโป่งขึ้นไปชิดกับกรรไกรนั้น ส่วนการอาบน้ำศพ
ก็คล้ายคลึงกับของไทย
ระหว่างที่ตั้งศพไว้ในบ้าน มอญไม่มีประเพณีสวดอภิธรรมเหมือนอย่างไทย
แต่จะ
เชิญผู้มีความรู้หรือผู้สูงอายุมาอ่านหนังสือต่างๆ เช่น หนังสือพุทธประวัติ
ธรรมประวัติ
ชาดกต่างๆ ด้วยทำนองเสนาะ ให้ผู้มาร่วมงานฟัง เพื่อจะได้ไม่ง่วงนอน
และจะได้อยู่เป็น
เพื่อนศพ ในเวลาเช้าเจ้าของบ้าน จึงจะนิมนต์พระสงฆ์มารับจังหันบิณฑบาตที่บ้านทุกวัน
จนกว่าจะเอาศพไป มอญมีธรรมเนียมที่เคร่งครัดมากที่ห้ามไม่ให้เอาโลงศพขึ้นบ้าน
เพราะ
ถือว่าเป็นของเสนียดจัญไร ถ้าประสงค์จะใส่ศพในโลง ต้องทำโรงที่แห่งใดแห่งหนึ่งนอก
ตัวเรือน ทำโรงเสร็จต้องรดน้ำขมิ้น ซึ่งเทออกมาจากกระบอกไม้ไผ่ กระบอกนี้เมื่อรดน้ำเสร็จ
แล้วต้องเหวี่ยงทิ้งไปข้างหลัง หรือทุบให้แตกเสีย เมื่อไม่ให้เอาโลงขึ้นบ้าน
ก็ต้องเอาโลงศพ
มารับศพที่ตีนบันได การหามศพไปยังป่าช้านั้น มอญมีกฎว่าต้องยกเท้าไปก่อน ส่วนศรีษะไป
หลัง
การฝังศพ มอญนิยมขุดหลุมโดยให้ความยาวของหลุมหันสู่ทิศเหนือและทิศใต้แล้ว
ฝังศพ เอาหัวมุ่งสู่ทิศเหนือ เพราะถือว่าในสมัยโบราณ มอญต้องอพยพมาจากถิ่นฐานที่อยู่
ทางเหนือ
พิธีรำผี
จัดเป็นพิธีกรรมทางครอบครัวพิธีหนึ่ง ซึ่งมีสาเหตุดังนี้
1. เมื่อภายในครอบครัวได้มีคนเจ็บขึ้น ซึ่งหากให้หมอดูแล้วว่าเป็นเพราะจากการผิดผี
2. เมื่อครอบครัวใดไม่มีบุตรชายเป็นผู้รับผีเรือน และบุตรชายนี้ต้องเป็นบุตรคนโตสุด
ของครอบครัวด้วย ซึ่งเป็นความเกี่ยวข้องกับผีเรือน
ก็ถือว่าเป็นการหมดผีเรือน จะ
ต้องทำการถอนเสาเอกออกจากบ้านควบคู่กับการทำพิธีกินทั้งยืน
ซึ่งเท่ากับเป็นการ
เชิญผีเรือนออกจากบ้านและให้ไปอยู่ที่ศาลซึ่งสร้างไว้ให้เป็น
ที่ใหม่ภายในบริเวณ
บ้านหลังนั้น
การจัดทำพิธีรำผีมักจัดให้มีในเดือนคู่
ยกเว้นวันพระและวันเข้าพรรษา มีความ
เชื่อกันว่า ครอบครัวหนึ่งๆ เมื่อจัดงานพิธีใดก็ตาม ขึ้นมาในปีใด ในปีเดียวที่เป็นผู้รักษา
ผีเรือนแล้ว ก็เท่ากับหมดผีไปจากตระกูล (อาจมีการโอนให้เครือญาติของฝ่ายชายเป็นผู้
รักษาผีแทนก็ได้) และระหว่างที่บ้านหลังนั้นยังมีเสาเอกอยู่ ก็มีกฎข้อห้ามซึ่งอยู่ในความ
เชื่อถือดั้งเดิมของมอญหลายประการ เช่น
- ห้ามเจ้าของบ้านนั้นกินอาหารร่วมสำรับเดียวกับแขกเหรื่อ หรือผู้มาเยี่ยมเยือนเพราะจะ
ทำให้เจ้าของบ้านเกิดอาการไม่สบายภายหลัง
- ห้ามหญิงมีครรภ์ขึ้นไปบนบ้าน (เรือนเสาเอก) หลังนั้น
- ห้ามสามีภรรยาคู่อื่นร่วมหลับนอนภายในบ้านหลังนั้น
เชื่อกันว่า การถอนเสาเอกออกไปแล้ว ก็จะเรียกกันว่า
บ้านตลาด ซึ่งเป็นบ้านที่ใครๆ
ก็สามารถขึ้นไปบนบ้านนั้นได้แล้ว ส่วนเสาเอกที่ถอนไปก็จะนำไปไว้ที่วัด
เมื่อถอนเสาเอก
ออกไปแล้วก็เท่ากับเป็นกาารเชิญผีบ้านผีเรือนออกไปแล้ว และเชิญให้ไปอยู่ทีศาลซึ่งสร้าง
ใหม่ เป็นศาลเตี้ย ระดับสายตาในบ้าน ในการจัดทำพิธีรำผีจะมีเครื่องเซ่นไหว้ใช้ในพิธี
ซึ่งเมื่อเสร็จแล้ว ก็นำเอาอาหารมาวางไว้ที่ศาลนี้ด้วย และมีการเลี้ยงอาหารผีที่ศาลนี้อย่าง
ปกติธรรมดาปีละครั้งติดต่อกัน 3 ปี หลังจากนั้นก็เลิกเลี้ยงอาหาร แต่ก็ยังไม่รื้อศาลทิ้งไป
ประเพณีการแต่งกายมอญ
ผู้ชายชาวมอญจะนิยมนุ่งโสร่งลายตาหมากรุกหลากสีหรือสีพื้น และใช้ผ้าขาวม้า
คาดเอว สวมเสื้อพวงมาลัยสีพื้นเรียบๆ หรือลายดอก ใช้ผ้าเรียกว่า หยาดอะบัว พาดไหล่
ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง หรือพาดเป็นสไบเฉียง เรียก "หะหริ่มโต๊ะ"
จะปฏิบัติ
กันทุกคน เมื่อเวลาเข้าวัดเพื่อแสดงถึงความสุภาพและเคารพพระภิกษุ
สำหรับการแต่ง
กายของผู้หญิง จะนิยมเกล้ามวยผม ประดับด้วยดอกไม้หรือลูกปัดที่มีพู่ห้อยหลากสี
เรียก
"แหมะแกวปาวชก" สวมเสื้อคอกระเช้า เสื้อสีคอปก หรือแบบรัดทรงมีกระดุมด้านหน้า
นุ่งผ้าถุงกรอมเท้าหากเป็นงานพิธีในวัด จะใส่เสื้อคอปกขาว ถ้าถือศีลจะต้องแต่งกายด้วย
สีขาวทั้งชุด หากเป็นงานศพจะนุ่งผ้าถุงสีดำ เสื้อสีขาว พาดผ้าสไบสีขาว


